Posts

Showing posts with the label ธรรมะประยุกต์

สติปัญญา

Image
"สติปัญญา" ต่างกับ สติ เฉย ๆ และต่างกับ ปัญญา เฉย ๆ, คือเป็นสติอีกแบบหนึ่ง และเป็นปัญญาอีกแบบหนึ่ง คือ "สัมพัทธ์-สภาพ" ออกมาเป็นบริบท (context) . . . คำว่าสัมพัทธ์ เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง ที่เปรียบเทียบ, ติดเนื่องกัน, เกี่ยวข้องกันทางนัยยะลำดับ เป็นคำที่มาจากภ.บาลี และภ.สันสกฤต ในภ.อังกฤษคือคำว่า relatively (adv.) ที่ให้ความหมายเดียวกันคือแสดงบริบท และบอกว่าสองสิ่งขึ้นไปที่ถูกเทียบกันนั้น มีความเชื่อมโยงบางอย่าง ส่วนถ้าเป็นคำว่า relative จะเป็นได้ทั้ง noun และ adj. ซึ่งในความเป็น adjective นั้นน่าสนใจ คือ นอกจากจะเป็นบริบทแบบ comparative แล้วยังบอกว่ามัน parallel (ขนาน) กันด้วย คือสิ่งที่สัมพัทธ์กันนั้น อยู่ในองค์แวดล้อมที่ต่างการระบุหรือจำกัดกรอบ ทาง "มิติสัมพันธ์" ได้ คือไม่จำเป็นต้องคิดหรือเชื่อ หรือสรุปว่ามันต้องอยู่ในตำแหน่ง หรือในพื้นที่เดียวกัน เพราะมันไม่มีวันเจอกันเลยก็ยังได้ (parallel , ขนาน ไม่มีวันบรรจบในพื้นที่และเวลาเดียวกันได้) . . . "สติปัญญา" เป็นโต๊ะทำงานที่สำคัญมาก ในการหาความจริงของสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาในผัสสะ การมีอั...

การตรวจสอบหรือพิสูจน์ทราบว่าได้ดำเนินรูปแบบการจัดการศึกษามาถูกต้องเหมาะสมแล้ว

การเลียบเคียงดู "ทัศนคติ" (Attitude) ไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษาในรูปแบบใด ๆ ก็สามารถใช้แนวทางดังต่อไปนี้ได้นะครับ ฝั่งตัวผู้เรียน - มองโลกอย่างมีเหตุไปหาผลอย่างเหมาะสม (เห็นปัจจัยต่าง ๆ ระหว่างเหตุไปถึงผล) เหมาะสมในที่นี้คือ "ไม่สุดโต่ง" คือมีการพิจารณาข้อจำกัดของสถานการณ์ ตามความแตกต่างของข้อมูลแวดล้อม จากศูนย์กลางของเรื่องนั้น ๆ ออกมาถึงโดยรอบและความเชื่อมโยงสัมพันธ์ (relate) กับความจริงของโลก, ไม่สุดโต่งคือความเป็นกลางนั่นเอง ไม่ตามใจตัวอยากให้เป็นแบบมีอารมณ์ร่วมมากไป หรือยกเอาทัศนะลักษณะที่เข้าข้างตัวเองที่เรียกว่า "ทิฏฐิ" มาเป็นน้ำหนักถ่วงโลกเข้าหาตัว ฝั่งผู้สังเกต (ในที่นี้อาจหมายความถึงผู้ปกครอง/ครู อาจารย์ ที่ำทำหน้าที่จัดการศึกษาให้ผู้เรียน และในกรณีเป็นการศึกษาตามอัธยาศัยก็สามารถหมายถึงตัวผู้เรียนเองในฐานะเป็นผู้จัดฯ ให้ตัวเอง ซึ่งอย่างไรแล้วไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษาในรูปแบบที่มีจำนวนบุคคลสัมพันธ์กันลักษณะใด การประเมินในระดับส่วนตัวหรือตามอัธยาศัยจะมีอยู่เสมอครับ ตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นต้องปล่อยให้ตัวผู้เรียนเองได้ทำการประเมินระดับดังกล...

Personification คำว่า "พรหม" ต้องย้อนไปดูความหมายที่ศาสนาพราหมณ์, และความครองใจฝูงชนของ "ปุคลาธิษฐาน" (บุคลาธิษฐาน)..

Image
ภาพจาก: calacacademy.org "พรหมัน" (พรม-มัน, พรัม-มัน) เป็นคำที่ใช้เรียก-สภาวะของจิตที่เป็นสากล- เป็นสภาวะสูงที่สุดของจิตซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของศาสนาพราหมณ์ ..เป็นสภาวะที่รู้แล้วว่ามีโลกและอารมณ์ต่างๆ อยู่ .."แต่จะไม่เป็นส่วนหนึ่งกับโลกหรืออารมณ์ใดๆ นั้น" คือ แยกจิตนี้ออกมาเป็นเอกเทศและถือครองสภาวะเอกเทศนี้เอาไว้ ..จะไม่เป็นทุกข์ "จิตบริสุทธิ์" (ไม่ผ่านการปรุง) คือ "พระพรหม" (คำว่า -พระ- มาจากคำว่า วร คือวอ-ระ, วะ-ระ หมายถึง "บริสุทธิ์") ..ซึ่งก็คือสภาวะว่างเปล่าอันสามารถเป็นฐานแห่งการสร้างสรรพสิ่ง จาก-ความไม่มี- สู่ -ความมี- ..โดยความหมายของคำแล้ว "พระพรหม" จึงถูกอธิบายว่า "เป็นผู้สร้าง" ..นั่นเอง [คำว่า "พรหม" เฉยๆ ที่ไม่มี "พระ" ประกอบอยู่ จึงสามารถหมายถึง "ใจ" ..ซึ่งในพระอภิธรรมปิฎก ของศาสนาพุทธ อธิบายว่า ..ใจ เป็นองค์รวมของจิต+เจตสิก..หมายถึงสภาวะที่จิตถูกปรุงหรือหลอมไปตามสภาพแวดล้อมแล้ว]

Mobius Strip Karmic

ในจักรวาลแห่ง "สิ่งมี" มักดำรง-ดำเนินเนื่องอยู่ ด้วยพฤติการณ์และระบบสามัญสำนึกคล้าย "Mobius Strip" ....... กรรมที่ประกอบจากเจตจำนงแบบ "อวิชชา" นั้นแสดงให้เห็นถึง.. "ความ-ไม่อาจรู้-แห่งผลที่ได้เนื่อง-เนื่องอยู่-และจะเนื่องตามกันมา" แห่งการกระทำในวาระนั้นๆ

สมาธิตื้น สมาธิลึก

เรามักได้ยินคำว่า "สมาธิสั้น" กันอยู่ทั่วไป มักจะอธิบายตามมาว่าเป็นการโฟกัสในแต่ละสิ่งต่อเนื่องกันนาน ๆ ไม่ได้, แต่อันที่จริงแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะพบกันว่า คนที่ถูกระบุว่าสมาธิสั้นนั้น ยังไงก็จะมีกิจกรรมบางอย่างที่เขาสามารถโฟกัสต่อเนื่องนาน ๆ ได้ คำถามก็เลยอยู่ที่ว่า.. "อะไรคือสมาธิสั้นกันแน่?" - - - ในพุทธศาสนา, ถ้าเราวิเคราะห์ไปที่ "อารมณ์ของคน" และการตอบสนองข้อมูลที่เข้ามาในระดับบ "พื้นผิว" หรือฉากหน้า หรือเนื้อหาที่มองเห็นได้, พื้นผิวย่อมหมายถึง "ชั้นตื้น" จิตและคุณสมบัติที่เรียกว่า "ภวังค์" นั้นคือพฤติการณ์แห่งสมาธิ ภวังค์ระดับตื้น จึงเป็นการตอบสนองในระดับพื้นผิวหน้าหรือบนสุดของข้อมูลหรือสถานการณ์ที่ปรากฏเป็นประจักษ์ (ปรากฏซึ่งหน้า) และการเว้นช่วงทางเวลาในแต่ละ "การต่อบท" ภายในสถานการณ์สดนั้น คือการได้ทำงานหยั่งของภวังค์ ถ้าเวลาน้อยก็จะทันได้หยั่งไม่ลึก ถ้าเว้นช่วงมากหน่อยก็จะหยั่งได้ลึกขึ้น คือลงไปชั้นเหตุและผล และกระทั่งชั้นพิจารณ์จากความทรงจำและประสบการณ์เก่าที่สัมพันธ์กับสถานการณ์ซึ่งหน้า ณ ปัจจุบัน